top of page
blog-bg.webp

Solar Rooftop คืออะไร เจาะลึกวิธีลดค่าไฟโรงงาน | AESOVATION

  • 22 เม.ย.
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 16 มิ.ย.

ในยุคที่ค่าไฟ และต้นทุนพลังงานผันผวนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจว่า Solar Rooftop คืออะไร ระบบนี้จะช่วยเปลี่ยนพื้นที่ว่างบนหลังคาโรงงาน คลังสินค้า หรืออาคารพาณิชย์ ให้กลายเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารต้นทุน เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน


Solar Rooftop คืออะไร ?

Solar Rooftop คืออะไร ?

Solar Rooftop คือ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งบนพื้นที่หลังคา เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ โดยมีกลไกการทำงานหลัก แผงโซล่าเซลล์ จะทำหน้าที่รับพลังงานแสงอาทิตย์ แล้วเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากนั้นส่งต่อไปยัง Inverter เกรดอุตสาหกรรม เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สำหรับนำไปใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักร ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด ภายในสถานประกอบการได้ทันที โดยระบบนี้จะทำงานควบคู่ กับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ (On-Grid System) ทำให้องค์กรมีกระแสไฟฟ้าใช้งานได้อย่างเสถียร และต่อเนื่องตลอดช่วงเวลา


Solar Rooftop มีกี่ประเภท ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

ในการวางแผนติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับสถานประกอบการ การเลือกประเภทระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟ และโจทย์ขององค์กร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

  1. ระบบ On-Grid : เน้นลดต้นทุนช่วงกลางวัน คืนทุนไวที่สุด ระบบที่เชื่อมต่อร่วมกับโครงข่ายการไฟฟ้าฯ (MEA/PEA) โดยตรง ผลิตไฟฟ้าเข้ามาช่วยซัพพอร์ตเครื่องจักร และระบบปรับอากาศในช่วงกลางวันทันที โครงสร้างระบบไม่ซับซ้อน ไม่ต้องลงทุนกับระบบแบตเตอรี่ ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำ และสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้รวดเร็วที่สุด เหมาะสำหรับโรงงาน อาคารสำนักงาน และคลังสินค้า ที่รันระบบช่วงกลางวันเป็นหลัก

  2. ระบบ Off-Grid : ระบบอิสระสำหรับพื้นที่ห่างไกลสายส่ง ระบบที่ผลิตไฟฟ้า และกักเก็บพลังงานลงแบตเตอรี่ เกรดอุตสาหกรรม โดยแยกตัวเป็นอิสระ 100% ไม่เชื่อมต่อกับสายส่งการไฟฟ้าฯ ในเชิงธุรกิจระบบนี้ จะเหมาะสำหรับสถานประกอบการ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือสายส่งเข้าไปไม่ถึง เช่น ไซต์งานก่อสร้างระยะไกล เหมือง หรือสถานีโทรคมนาคม

  3. ระบบ Hybrid : สำรองไฟอัจฉริยะ ป้องกันไลน์การผลิตชะงัก ระบบลูกผสมที่รวมข้อดีของ On-Grid และ Off-Grid เข้าด้วยกัน โดยสามารถผลิตไฟฟ้ามาใช้ลดค่าไฟในช่วงกลางวัน และมีระบบแบตเตอรี่สำรองไฟ ไว้ใช้ยามเกิดเหตุไฟดับฉุกเฉิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ ที่ห้ามเกิดไฟตก หรือไฟดับเด็ดขาด เช่น คลังสินค้าแช่แข็ง หรือศูนย์ข้อมูล


Solar Rooftop กับ Solar Cell ต่างกันอย่างไร ?

แม้จะเป็นคำที่ได้ยินคู่กันเสมอ แต่ในเชิงวิศวกรรม และการลงทุนสำหรับสถานประกอบการ ทั้งสองคำนี้ มีความหมาย และขอบเขตการทำงาน ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • Solar Cell : เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก มีหน้าที่แปลงแสงแดดให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยทั่วไปจะต้องนำโซล่าเซลล์หลาย ๆ เซลล์มาประกอบรวมกันในเฟรม จึงจะกลายเป็นแผงโซล่าเซลล์ ที่เราใช้ติดตั้งบนหลังคา ดังนั้นโซล่าเซลล์จึงเป็นเพียงชิ้นส่วนประกอบหนึ่งในระบบเท่านั้น

  • Solar Rooftop : ระบบวิศวกรรมพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบ ที่ติดตั้งบนหลังคาโรงงาน หรืออาคารพาณิชย์ ครอบคลุมตั้งแต่แผงโซล่าเซลล์ Inverter เกรดอุตสาหกรรม ระบบความปลอดภัย และการเชื่อมต่อระบบเข้ากับตู้ควบคุมไฟหลักขององค์กร เพื่อผลิตไฟฟ้าเข้ามาซัพพอร์ตการดำเนินงานโดยตรง


ข้อดีของ Solar Rooftop ในภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม

การลงทุนติดตั้งระบบ Solar Rooftop สำหรับสถานประกอบการ ไม่ใช่เพียงแค่การประหยัดค่าไฟทั่วไป แต่เป็นการบริหารสินทรัพย์ และการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยมีประโยชน์หลักดังนี้

  • ลดต้นทุนค่าไฟและค่า Demand Charge อย่างเห็นผล : โรงงาน และอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ มีการใช้ไฟฟ้ามหาศาลในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟ (TOU) และค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด ระบบจะเข้ามาช่วยตัดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดยตรงทันที

  • สร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว : ด้วยต้นทุนเทคโนโลยีในปัจจุบัน การติดตั้งสเกลธุรกิจ มีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยเพียง 3-5 ปี หลังจากนั้นองค์กรจะได้ใช้ไฟฟ้าลดต้นทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 20-25 ปี ซึ่งจะเปลี่ยนกลับมาเป็นกำไรสุทธิให้กับธุรกิจ

  • รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จากมาตรการส่งเสริมของ BOI : ผู้ประกอบการสามารถนำโครงการติดตั้ง Solar Rooftop ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 50% ของเงินทุนที่ใช้ไป ช่วยลดระยะเวลาคืนทุนให้สั้นลง และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

  • ยกระดับองค์กรสู่มาตรฐาน ESG และ Carbon Neutrality : ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรโดยตรง เพิ่มโอกาสและลดข้อจำกัดทางการค้าสำหรับธุรกิจส่งออก ที่ต้องเผชิญกับมาตรการทางภาษีคาร์บอน เช่น CBAM พร้อมสร้างภาพลักษณ์องค์กรสีเขียวที่ยั่งยืน

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังคาอาคาร : เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าบนหลังคาโรงงาน หรือคลังสินค้า ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ผลิตพลังงาน พร้อมช่วยบังแดด และลดความร้อนสะสมเข้าสู่ตัวอาคาร ส่งผลให้ระบบปรับอากาศภายในทำงานน้อยลง


ติด Solar Rooftop ช่วยธุรกิจประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ ?

การติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคธุรกิจ และโรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดต้นทุนคงที่ เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไประบบนี้ จะสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในช่วงกลางวันลงได้ถึง 30-50% (ขึ้นอยู่กับลักษณะการดำเนินงาน และสัดส่วนการใช้ไฟขององค์กร) ในสเกลอุตสาหกรรม เม็ดเงินที่ประหยัดได้ จะแปรผันตามขนาดการติดตั้ง kWp ที่วิศวกรออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟจริง โดยมีปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความคุ้มค่า และระยะเวลาคืนทุนดังนี้

  • พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า (Load Profile) : สถานประกอบการที่รันเครื่องจักร ไลน์การผลิต หรือเปิดระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ต่อเนื่องตลอดช่วงกลางวัน 7 โมงเช้า - 5 โมงเย็น จะสามารถดึงกระแสไฟฟ้า ที่ผลิตได้ไปใช้งานได้เต็มที่ ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และคืนทุนไวที่สุด

  • โครงสร้างพื้นที่หลังคา และทิศทางแสง : หลังคาโรงงาน หรือคลังสินค้า ที่มีพื้นที่ราบขนาดใหญ่ ไม่มีเงาของอาคารข้างเคียง หรือต้นไม้มาบดบัง และหันรับมุมองศาแดดได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้แผงโซล่าเซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

  • โครงสร้างอัตราค่าไฟ และสิทธิประโยชน์ : การประเมินความคุ้มค่า ต้องคำนวณร่วมกับประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ เช่น อัตรา TOU ควบคู่ไปกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ จะช่วยเร่งให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงอย่างมาก


Solar Rooftop สำหรับธุรกิจราคาประมาณเท่าไหร่ ?

การพิจารณางบประมาณในการติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับสถานประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม จะไม่มีราคาแพ็คเกจ ที่ตายตัวเหมือนบ้านพักอาศัย เนื่องจากวิศวกรต้องออกแบบระบบตามขนาดพื้นที่หลังคา พฤติกรรมการใช้ไฟจริง และความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร โดยโครงสร้างงบประมาณในสเกลธุรกิจ จะประกอบด้วยปัจจัยสำคัญดังนี้

  • ขนาดกำลังการผลิต kWp และเกรดอุปกรณ์ : งบประมาณจะแปรผันตามขนาดระบบ เช่น 50 kWp และ 100 kWp ไปจนถึงสเกลเมกะวัตต์ รวมถึงการเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์ระดับ Tier 1 และ Inverter เกรดอุตสาหกรรมที่มีระบบความปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

  • งานวิศวกรรมโครงสร้างและการติดตั้ง (Engineering & Construction) : สำหรับอาคารพาณิชย์ และโรงงาน งบประมาณส่วนหนึ่ง จะต้องใช้ในการตรวจสอบ และเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา เพื่อให้รองรับน้ำหนักแผงได้อย่างปลอดภัย ตามมาตรฐานวิศวกรรม

  • ค่าดำเนินการด้านกฎหมายและการขอใบอนุญาตภาครัฐ : การติดตั้งสเกลธุรกิจมีข้อบังคับทางกฎหมาย ที่ซับซ้อนกว่าบ้านมาก เช่น การยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1), การขออนุญาตประกอบกิจการพลังงาน (พพ.2) และการเชื่อมต่อโครงข่ายกับการไฟฟ้าฯ (MEA/PEA) ซึ่งบริษัทผู้เชี่ยวชาญจะรวมค่าดำเนินการเหล่านี้ ไว้ในงบประมาณตั้งแต่แรก

  • ระยะเวลาคืนทุนที่รวดเร็ว (Payback Period) : ด้วยสเกลการติดตั้งขนาดใหญ่ และพฤติกรรมการใช้ไฟ ที่สอดคล้องกับเวลาผลิตไฟ ทำให้ Solar Rooftop ในภาคธุรกิจมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยเพียง 3-5 ปีเท่านั้น และจะยิ่งคืนทุนไวขึ้น หากใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ร่วมด้วย องค์กรจะได้ใช้ไฟฟ้าลดต้นทุนฟรีต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี


ประเภทหลังคาโรงงานและอาคารพาณิชย์ ที่เหมาะกับการติดตั้ง Solar Rooftop

ก่อนการตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบ Solar Rooftop สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการ และทีมวิศวกรต้องประเมินร่วมกัน คือ ประเภท และโครงสร้างของหลังคาอาคาร เนื่องจากลักษณะหลังคา ที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อรูปแบบการติดตั้ง น้ำหนักที่รองรับได้ และความปลอดภัยในระยะยาว โดยหลังคาในภาคธุรกิจส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

  • หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) : เป็นประเภทที่พบมากที่สุดในโรงงาน และคลังสินค้าอุตสาหกรรม มีข้อดี คือ ติดตั้งง่าย รอยต่อน้อย มีน้ำหนักเบา และลดความเสี่ยงเรื่องน้ำรั่วซึมได้ดี ทีมวิศวกรจะต้องเข้าตรวจสอบโครงสร้างเหล็ก ด้านล่างอย่างละเอียด เพื่อคำนวณระยะการยึดจับอุปกรณ์ให้แข็งแรง และปลอดภัยที่สุด

  • หลังคาดาดฟ้าคอนกรีต (Concrete Slab Roof) : มักพบในอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้า โครงสร้างประเภทนี้ รองรับน้ำหนักได้สูงมาก การติดตั้งจะใช้ระบบฐานตั้งคอนกรีต หรือโครงสร้างเหล็กยกสูง มีข้อดี คือ สามารถปรับองศา และทิศทางของแผงโซล่าเซลล์ให้รับแดดได้ดีที่สุด และทีมช่างสามารถเข้าซ่อมบำรุงได้สะดวก

  • หลังคากระเบื้องลอนคู่/ซีแพค (Fiber Cement/CPAC Roof) : มักพบในอาคารสำนักงานส่วนหน้า หรือโรงงาน และคลังสินค้ารุ่นเก่า หลังคาประเภทนี้ มีความเปราะบางกว่าวัสดุอื่น ๆ จึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการเดินระบบสูง วิศวกรต้องเลือกใช้อุปกรณ์ยึดติด ที่ออกแบบมาเฉพาะทาง เพื่อป้องกันกระเบื้องแตกร้าว อาจจะนำไปสู่ปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่อาคารในอนาคต

การติดตั้ง Solar Rooftop ให้คุ้มค่า และปลอดภัยสูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่การวางแผงบนหลังคา แต่เป็นการคำนวณทางวิศวกรรมโครงสร้าง AESOVATION มุ่งเน้นการให้บริการติดตั้งระบบ ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรมขั้นสูง ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา ก่อนติดตั้งทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบพลังงานสะอาดนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และอยู่คู่กับธุรกิจของคุณได้อย่างปลอดภัยยาวนานกว่า 20 ปี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Solar Rooftop

Q : โรงงานต้องหยุดไลน์การผลิตระหว่างติดตั้งระบบ Solar Rooftop หรือไม่ ?

A : ไม่ต้องหยุดการทำงาน ทีมวิศวกรจะวางแผนเข้าติดตั้งโครงสร้าง และแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาขนานไปกับการทำงานปกติของโรงงาน ส่วนขั้นตอนการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า จะมีการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อเลือกทำในช่วงเวลา ที่โรงงานหยุดรันเครื่องจักร หรือช่วงวันหยุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของธุรกิจ


Q : ในวันที่ฝนตก หรือแสงแดดน้อย ระบบไฟฟ้าในโรงงานจะดับไหม ?

A : ไม่ดับแน่นอน เพราะระบบ On-Grid ที่นิยมใช้ในภาคธุรกิจ จะทำงานประสานร่วมกับระบบของการไฟฟ้าฯ (MEA/PEA) ตลอดเวลา หากช่วงไหนแดดอ่อน หรือฝนตก แผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟได้น้อยลง ระบบจะดึงกระแสไฟฟ้าหลังจากการไฟฟ้าฯ เข้ามาเติมให้อัตโนมัติ โดยไม่มีผลต่อเครื่องจักรในไลน์ผลิต


Q : หลังติดตั้งเรียบร้อย มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา หรือซ่อมบำรุงสูงไหม ?

A : ต่ำมาก เนื่องจากระบบโซล่าเซลล์ ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ทำให้แทบไม่มีการสึกหรอ ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ จะมีเพียงแค่การฉีดล้างทำความสะอาดแผง เพื่อไม่ให้ฝุ่นบังหน้าแผงปีละ 1-2 ครั้ง และการตรวจเช็คสภาพระบบไฟฟ้าเชิงป้องกันตามรอบ เพื่อให้ระบบผลิตไฟได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด


Q : การขออนุญาตติดตั้งสเกลธุรกิจ ซับซ้อนไหม และต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ?

A : การติดตั้งสเกลธุรกิจ มีกฎหมายควบคุม และต้องขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน เช่น อ.1, พพ.2 และการขอนำขนานไฟ โดยทั่วไปจะใช้เวลาดำเนินการเอกสารทั้งหมดประมาณ 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับขนาดระบบ แต่ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวล เพราะ AESOVATION มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดำเนินการยื่นเอกสารสิทธิ์ และติดต่อประสานงานภาครัฐแทนให้ครบทุกขั้นตอน


Q : สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI มีเงื่อนไขอย่างไร และช่วยประหยัดเงินได้แค่ไหน ?

A : ผู้ประกอบการสามารถนำมูลค่าการลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 50% ของเงินทุน ที่ใช้ไปจริง โดยสามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนี้ได้ เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมาตรการสนับสนุนนี้จากภาครัฐ จะช่วยประหยัดค่าภาษีของบริษัท และช่วยเร่งให้โครงการติดตั้งโซล่าเซลล์คืนทุนไว้ขึ้นกว่าเดิม

 
 
  • f207045d96c258fed664305f0ac2c5bd-telephone-handset-blue-icon
  • pngegg
  • Line

ติดต่อเรา

นวัตกรรมด้านพลังงานสำหรับธุรกิจ

AESOVATION คือ ทีมวิศวกรผู้มีใจรักในพลังงานสะอาดและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปด้วยกัน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและพลังงานแสงอาทิตย์ เราไม่เพียงแต่นำเสนอโซลูชั่นที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้าทั่วไป แต่ยังมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด

ที่อยู่ : 47/373 อาคารนาริตะ ทาวเวอร์ ตำบลบ้านใหม่
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

โทร : 038-337-310
อีเมล : aesovation@aescon.co.th

© 2026 AESOVATION. Cleaner Energy Creates The Future. All Rights Reserved.

bottom of page